5313 items (5313 unread) in 78 feeds
ขึ้นชื่อว่าเครื่องมือสื่อสาร ยิ่งติดต่อกันง่ายมากเท่าใด ก็จะยิ่งมีสิ่งกวนใจที่เรียกว่า "Spam" มากเท่านั้น หนักข้อเข้าก็กลายเป็นเครื่องมือสำหรับส่งต่อจดหมายลูกโซ่ไฮเทคไป ไม่ว่าจะเป็นอีเมลหรือ IM อย่าง MSN, Google Talk
ไม่เว้นแม้แต่...
BBM (Blackberry Messenger) =_=
ขนาดเราไม่ค่อยมีคนในลิสต์นะ เมื่อวานยังได้รับมาเรียกได้ว่าไม่ขาดสาย 

แม่เจ้า!!!! เป๊ะเลย เป๊ะเลย!!!
เหมือนกับตอนได้รับเมล์ว่า Hotmail จะไม่ให้ใช้ MSN ถ้าไม่ Forward ครบ 10 คนไม่มีผิด
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่า... เรื่องทั้งหมดนี้โกหกทั้งเพ!!!
แต่ก็เหอะ ตอนได้รับนี่เรายังชะงักเลยนะว่ามันเรื่องจริงเปล่าว้าเพราะอ่านแค่ประโยคแรกๆ แต่พอมาถึงประโยคหลังๆว่าต้องส่งต่อ 10 คนเนี่ยก็รู้ทันทีเลยนะว่ามันเป็นจดหมายลูกโซ่ที่เป็นเรื่องโกหกล้วนๆ ดังนั้นเราเลยไม่แปลกใจเลยที่คนอื่นๆจะเชื่อและ Forward กันไปมากมาย
แต่ถ้าเอาจริงๆถ้าลองใช้วิจารณญาณอีกนิดๆก็จะรู้ว่า เรื่องพวกนี้มันเรื่องใหญ่นะ การขึ้นค่าสินค้าอะไรเนี่ยมันไม่ได้ขึ้นกันง่ายๆ ถ้าเป็นเรื่องพวกนี้เราไม่มีโอกาสจะได้รู้ทาง BBM ก่อนที่ทางผู้ให้บริการจะประกาศหรอก!! และยิ่งเป็นไปไม่ได้เลยถ้าจะต้อง Forward 10 คนเพื่อให้ชื่อขึ้นสีฟ้าแล้วจะได้จ่ายเท่าเดิมเนี่ย ความเป็นไปได้อยู่ประมาณ 0% เลยนะ 
สุดท้ายฝากด้วยนะครับฝากด้วย ถ้าเกิดมีข้อความอะไรแบบนี้อีกจะดีมากถ้าเช็คข่าวก่อนแล้วถึง Forward มันไม่ดีๆ
ต่อไปนี้ตะหาก คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น
(กัดผ้าเช็ดหน้า บีบน้ำตา ซิกๆ)
หมายเหตุ : ใครที่เพิ่งมาอ่าน โปรดกลับไปอ่านภาคแรกก่อน
Morning~~~PartI
เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดบ่อยมาก -_-"
เวลาทำอะไรผิดพลาด จะต้องมีคนรู้จักมาพบเห็นเสมอ
ทีเวลาทำดี ลุกให้เด็กนั่ง จูงคนตาบอด
ไม่เห็นจะมีคนรู้จักมาเจอเลย 5555
p.s. ทำดีอย่าหวังผลนะจ๊ะ
การปวดท้องระหว่างการเดินทาง
นับเป็นความทรมานอย่างหนึ่ง
ยิ่งถ้าปวดตอนเช้าๆ ในระหว่างเดินทางไปทำงานเนี่ย...
รีบก็ต้องรีบไปให้ทัน... แต่ชั้นปวดท้องจะแย่อยู่แล้วนะ!!! แง.... T[]T
ขอให้ทุกคนโชคดี มีห้องน้ำ(ให้เข้า)ค่ะ
ทำตัว Low Profiles มานาน Blog ก็ไม่ค่อยอัพ เนื้อหาก็กากๆไม่มีอะไรน่าสนใจเลยไม่ค่อยมีใครเข้า Blog แต่เมื่อ 2-3 ที่ผ่านมาอยู่ดีๆจำนวนคนเข้า Blog ก็พุ่งปรี้ดดดด จากเฉลี่ย 400 กว่าๆไปเหยียบพันเฉยเลย..
หลังจากนั้น Track โดยละเอียดก็พบว่ามันเกิดจาก Keyword หลักๆสองอย่างได้แก่

ถูก E72 และ i-mobile 3GX หูวววว ซึ่งลองไป Search ด้วยตัวเองดูแล้วก็ไม่แปลกใจเลย ดันไปอยู่หน้าแรกทั้งสองคำ
ถึงจะดีที่ทำให้คนเข้าเยอะ แต่ก็นะ... ถ้าผมไม่ค่อยว่างตอบก็อย่าโกรธกันนะคร้าบบบบ ToT
อ่ะ ใครอยากทำ SEO ลองเอาสองคำนี้ไปใช้ดู เอิ๊กๆๆ

นั่งดูฝรั่ง Tweet #symbiancountdown กันทุกวั้นทุกวัน สงสัยเหลือเกินว่ามันคืออะไร ก็คิดกันไปต่างๆนานา เราก็คิดไว้อยู่สี่ห้าอย่าง หนึ่งในนั้นคือความฝันว่า "คงนับถอยหลังการปล่อย Source Symbian^3 มั้ง"
และความคิดที่นึกว่าฝันนั้น...
![]()
ตกใจ!!!
มันเป็นความฝันเรานับตั้งแต่เล่น Symbian เลยแหละ อยากจะเข้าไปร่วมแก้ไข Source Code ให้มีอะไรดีขึ้น แต่ไม่อยากไปทำงานเป็นพนักงานโนเกียอ่ะ ต้องขอบคุณ Android ที่ยอมทำให้โนเกียปล่อย Source มันออกมาจนได้ คุคุคุ
สำหรับตัว Source Code ยังไม่มีใครรู้ว่าเป็นยังไง จะแฟลช OS ที่คอมไพล์แล้วลงเครื่องจริงได้มั้ย จะหมดประกันมั้ย บลาๆๆ ทั้งหมดต้องรอพรุ่งนี้ซึ่งเป็นกำหนดเวลาปล่อย Source :)
คราวนี้แหละ จะซัดให้เละเลย!!!

นั่งดูฝรั่ง Tweet #symbiancountdown กันทุกวั้นทุกวัน สงสัยเหลือเกินว่ามันคืออะไร ก็คิดกันไปต่างๆนานา เราก็คิดไว้อยู่สี่ห้าอย่าง หนึ่งในนั้นคือความฝันว่า "คงนับถอยหลังการปล่อย Source Symbian^2 มั้ง"
และความคิดที่นึกว่าฝันนั้น...
![]()
ตกใจ!!!
มันเป็นความฝันเรานับตั้งแต่เล่น Symbian เลยแหละ อยากจะเข้าไปร่วมแก้ไข Source Code ให้มีอะไรดีขึ้น แต่ไม่อยากไปทำงานเป็นพนักงานโนเกียอ่ะ ต้องขอบคุณ Android ที่ยอมทำให้โนเกียปล่อย Source มันออกมาจนได้ คุคุคุ
สำหรับตัว Source Code ยังไม่มีใครรู้ว่าเป็นยังไง จะแฟลช OS ที่คอมไพล์แล้วลงเครื่องจริงได้มั้ย จะหมดประกันมั้ย บลาๆๆ ทั้งหมดต้องรอพรุ่งนี้ซึ่งเป็นกำหนดเวลาปล่อย Source :)
คราวนี้แหละ จะซัดให้เละเลย!!!
เมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ได้ยินข่าวจากพี่พัชรเรื่อง "โตโยต้าอาจเรียกรถคืนเพื่อแก้ไขปัญหาคันเร่งค้าง 3.8 ล้านคัน" ตอนนั้นก็รู้สึกดีใจยิ่งนักที่ปัญหาที่เราพานพบจนทำให้จิตใจหวาดหวั่นมาตลอดจะได้หมดไปเสียที
ก่อนอื่นต้องขอย้อนกลับไปตอนช่วงเดือนเมษายนปีที่แล้ว เราเกือบเกิดอุบัติเหตุใหญ่จากการที่รถแคมรี่ป้ายแดงที่เพิ่งถอยออกมาไม่นาน เกิดอาการ "คันเร่งค้างที่ความเร็ว 150 km/h" (รายละเอียดตามไปอ่านในลิงค์ได้เลย) ตอนนั้นยังไม่รู้สาเหตุจึงได้แค่เดาว่า น่าจะเพราะพรมเข้าไปติดคันเร่งเลยถอนออกไม่ได้
วันเวลาผ่านไปจนได้อ่าน Blog พี่พัชรที่บอกข้างต้นแล้วก็ใจชื้นนนน เราจะแก้ปัญหาได้แล้วเว้ยๆๆๆ... แต่... เวลาผ่านไปอีก 3 เดือน... ทุกอย่างก็เงียบเฉย... จนน้ำระเหยออกจากใจจนหายชื้นหมดแล้ว -_-
(แล้วระหว่างนั้นพี่สาวก็ทำค้างไปอีกรอบนึง แต่คราวนี้ไม่หนัก รวม 3 รอบพอดีพอดิบสำหรับคันนี้)
![]()
และใจกลับมาชื้นอีกครั้งหนึ่ง เมื่อล่าสุดวันก่อนที่โตโยต้าญี่ปุ่นประกาศว่าจะเรียกคืนรถโตโยต้าหลายรุ่นกลับคืนเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องด้านคันเร่ง ซึ่งถือเป็นการเรียกคืนรถครั้งใหญ่ที่สุดของโตโยต้าเลย จนเป็นข่าวดังจนถึงตอนนี้ โอ้ว ซาร่า นี่แหละสิ่งที่จอร์จต้องการ!!
ดีใจสิๆๆ จะได้ซ่อมแล้วเว้ยๆๆๆๆๆ ไม่ต้องมานั่งระแวงอีกแล้วเว้ยๆๆๆๆ เย้ๆๆๆๆๆ แต่.... (อีกละ ทำไมต้องมีแต่ด้วยฟระ) ความฝันพังทลายเหมือนสายไหมโดนฝนกระหน่ำเมื่อโตโยต้าไทยแลนด์ออกมาบอกว่า "รถโตโยต้าประเทศไทยไม่มีปัญหาดังกล่าว" จึงยังไม่มีการเรียกคืนในตอนนี้
ด้วยความกังขาเลยเข้าไปอ่านประกาศชี้แจงจึงได้เข้าใจว่า ประกาศที่ออกมาจากโตโยต้านั้นระบุว่าปัญหาคันเร่งค้างเกิดจากเมื่อใช้รถไปนานๆ คันเร่งจะบิดตัวและเกิดการค้างขึ้นได้ ซึ่งจะเกิดกับคันเร่งของผู้ผลิตคันเร่งบางยี่ห้อในอเมริกาเท่านั้น ส่วนที่ผลิตในไทยไม่มีปัญหาใดๆ . . .
อ่านจบก็ได้แต่ส่ายหน้าพร้อมปาคอมพ์ทิ้ง
![]()
ถ้าชี้แจงออกมาจุดนี้ก็เข้าใจนะ เข้าใจอยู่ว่าสาเหตุที่เรียกคืนมันเกิดจากคันเร่งบิดตัว
...ก็เข้าใจอยู่
...ก็ไม่ว่ากัน
(ตัดฉากไปยังโดโรโระตอนโดนเพื่อนทิ้ง สวิตซ์ทำงาน ฉึก!!!)
![]()
ว่าแต่ที่ข้าน้อยแคมรี่คันเร่งค้างมาสามรอบ เฉี่ยวตายมาสามรอบนี่ มันเหตุบังเอิญสินะ
อื้มมมม
ทำอะไรไม่ได้ นอกจากคอตกใช้แคมรี่แถมเครื่องกระตุ้นหัวใจต่อไปอย่างระวัง
ก็ฝากถึงโตโยต้านะว่า...
ต้องรอประกาศเรียกคืนรถฉบับใหม่ว่าด้วยเรื่องของพรมไปติดคันเร่งใช่มั้ยเนี่ย?!?
ห๊ะ!!!
![]()
ปล. ถ้าเอากราฟความใจชื้นมาพล็อตจะเห็นเป็นกราฟรูปฟันเลื่อย ส่วนตอนนี้... กราฟตัดแกน X อยู่ และกำลังลงไปยังจุด Y
ก็ข้ามไปอีกหนึ่ง Blog ละกันสำหรับภาคต่อของ Blog ทุกอย่างต้องมีเหตุผล เพราะยังเก็บข้อมูลเพิ่มได้อีกหน่อยนึง เลยขอเอามาลิสต์ทีเดียวอีกที ^_^
วันนี้มาเขียนเรื่องเมล์ที่เพิ่งได้รับมา คันไม้คันมือ อยากเขียนข่าวแต่ไม่รู้จะเขียนลงไหน ลง Blog ตัวเองมะระแอ้งเลยละกัน เมล์ที่ได้รับมาถูก(อ้างว่า)ส่งมาจาก apps-noreply (at) google.com เนื้อหามีดังนี้
Dear Google Apps admin,
In order to continue to improve our products and deliver more sophisticated features and performance, we are harnessing some of the latest improvements in web browser technology. This includes faster JavaScript processing and new standards like HTML5. As a result, over the course of 2010, we will be phasing out support for Microsoft Internet Explorer 6.0 as well as other older browsers that are not supported by their own manufacturers.
We plan to begin phasing out support of these older browsers on the Google Docs suite and the Google Sites editor on March 1, 2010. After that point, certain functionality within these applications may have higher latency and may not work correctly in these older browsers. Later in 2010, we will start to phase out support for these browsers for Google Mail and Google Calendar.
Google Apps will continue to support Internet Explorer 7.0 and above, Firefox 3.0 and above, Google Chrome 4.0 and above, and Safari 3.0 and above.
Starting this week, users on these older browsers will see a message in Google Docs and the Google Sites editor explaining this change and asking them to upgrade their browser. We will also alert you again closer to March 1 to remind you of this change.
In 2009, the Google Apps team delivered more than 100 improvements to enhance your product experience. We are aiming to beat that in 2010 and continue to deliver the best and most innovative collaboration products for businesses.
Thank you for your continued support!
Sincerely,
The Google Apps team
สรุปคือ Google ประกาศกร้าว จากวันที่ 1 มีนาคมนี้ ฟีเจอร์ใหม่ๆของ Google Apps จะไม่ Support IE 6 อีกต่อไป!!
จึงเรียนมาเพื่อทราบ เอิ๊กๆๆๆๆ ใครยังใช้ IE6 เปลี่ยนซะเถ้ออออออ
นี่ Google ส่งเมล์ย้ำมารอบที่ n แล้ว ตอนแรกก็เฉยๆ แต่หลังจากโดนส่งเมล์มาย้ำแล้วย้ำอีก ตอนนี้โดนสะกดจิตให้ร่วมขับไล่ IE6 ไปแล้วเนี่ย ~ ~
ก็ยังไม่ได้เขียน Blog ต่อเนื่องจาก Blog "ทุกอย่างต้องมีเหตุผล" สักที เพราะชีวิตมีอะไรเข้ามาแทรกตลอดเวลา ช่วงนี้เรียกว่าช่วงเดือดระดับปานกลางของชีวิตก็ว่าได้ มีอะไรเข้ามาวันละ 4-5 อย่างไม่หยุดหย่อน
ล่าสุดเมื่อวันก่อนได้รับข่าวร้ายว่ามีเพื่อนคนนึงโดนโจรแทงเพื่อขโมยไอโฟน จึงเป็นที่มาของ Blog นี้
"มือถือเปื้อนเลือด"
เรื่องโดยสรุปก็มีแค่นั้นแหละ ระหว่างเดินกลับบ้านในซอยเปลี่ยวๆแถวๆเอกมัย ก็มีคนขี่มอเตอร์ไซค์มาสองคนทางข้างหลังแล้วเอาขวดเบียร์ฟาดหัวเพื่อนเราจนล้มฟุบลงไป ทั้งๆที่เค้าไม่ได้เดินถือมือถือด้วยซ้ำไป แต่มีหูฟังฟังเพลงอยู่ ก็คงคิดแหละว่าต้องมี (แต่ถ้าถามเรา เราว่าทุกคนก็ต้องมีมือถืออยู่แล้วป่ะ คือทุบใครก็ได้ทั้งนั้นอ่ะ) จากนั้นก็เกิดการต่อสู้เพื่อขโมยไอโฟนกันขึ้น และเพื่อนเราก็พลาดโดนแทงเข้าสองแผล มีแผลนึงทะลุปอดเข้าไปและเพื่อนก็ลงไปฟุบอยู่ตรงนั้น แต่ก็ยังมีสติ
หลังจากนั้นไม่นาน (ไม่ถึงนาที) ก็มีคนเดินผ่านมาแถวนั้นพอดีก็เลยพาเพื่อนเราไปโรงบาลในสภาพเลือดโชก จากการบอกเล่า ถึงจะมีสติแต่เพื่อนเราก็สภาพไม่ค่อยดีนัก คงเพราะเสียเลือดเยอะและเจ็บ ก็เลยขยับตัวลำบากจนทุกคนนึกว่าหมดสติไปแล้ว แต่จริงๆืคือรู้สึกตัวตลอดเวลา จึงโดนลากเข้าไอซียูโดยปริยาย
ผลของการโดนแทงคือปอดทะลุ แต่จากคำบอกเล่าของหมอ หมอบอกว่าการโดนแทงที่ปอดเนี่ยรักษาง่ายสุดแล้ว เพราะแค่ดูดเอาเลือดออกจากปอดให้หมด (เลือดจะท่วมปอดตอนโดนแทง) แล้วก็รอแผลสมานเท่านั้น แล้วก็จะหายดี แต่ระหว่างที่เลือดท่วมปอดนั่นแหละ ทรมานนัก ขยับตัวไม่ได้ หายใจไม่ออก แต่เพื่อนก็รอดมาได้ ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว นอนพักรักษาตัวอยู่โรงบาล ส่วนคนร้ายก็ลอยนวลไป ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้วหนิ
![]()
เรื่องของเพื่อนจบอยู่เท่านี้ ทำอะไรไม่ได้ แต่สำหรับเรา มันยังคิดอะไรต่อได้อีก...
ถามว่ามือถือที่ถูกขโมยเนี่ยมันไปอยู่ไหน?
เอาไปใช้เองหรอ?
โจรมืออาชีพแบบนี้คงขโมยเป็นสิบๆเครื่องแล้ว เค้าจะเอาไปใช้เองทำไม? แน่นอน เค้าก็ต้องเอาไปขาย!
ถามว่าไปขายที่ไหน? แหล่งฮิตๆก็มีอยู่ไม่กี่ที่หรอก ห้างดังแถวๆปทุมวัน ห้างดังแถวๆบางกะปิ ห้างไอทีชื่อดังแถวๆรังสิต เป็นต้น สุดท้ายก็ไปกองอยู่ในตู้ขายมือถือนั่นเอง
ก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่เราเดินผ่านร้านตู้มือถือ เราคิดอยู่ตลอดว่า พวกนี้อ่ะมือถือขโมยมาทั้งนั้น เป็นมือถือที่ได้มาด้วยน้ำตาและความเจ็บปวดของคนอื่น (ถึงจะไม่ทั้งหมด แต่เชื่อว่าทุกตู้ต้องมี) เห็นเป็นภาพคนที่วางมือถือไว้แล้วโดนขโมยสุดท้ายโดนแม่ด่าแม่ว่า ร้องไห้เป็นวันๆ ดังนั้นเราไม่เคยคิดจะซื้อมือถือตู้ที่เป็นมือ 2 เลยถึงมันจะถูกแค่ไหนก็ตาม
แต่วันนี้ภาพของมือถือที่ถูกขโมยเหล่านั้นเปลี่ยนไป มันไม่ใช่แค่มือถือที่มีคนเสียใจที่ถูกขโมย แต่เป็น "มือถือที่มีได้มาจากการมีคนถูกแทงเกือบตาย" นี่แหละความหมายของ "มือถือเปื้อนเลือด" มือถือหรูๆแต่ราคาถูกที่วางๆอยู่ในตู้นั้นบางเครื่องอาจจะมีเลือดติดหรือวิญญาณติดมาด้วยก็ได้
แล้วคุณคิดจะซื้อมือถือเหล่านี้อีกหรือ?...
สำหรับคนที่แวะเวียนผ่านมาอ่านเจอก็ขอให้เก็บไปคิดแล้วไตร่ตรองดูว่าเรายังควรจะสนับสนุนร้านตู้เหล่านั้นอีกมั้ย? สำหรับผม ไม่ ไม่ ไม่ และก็ไม่ แน่นอน
แต่น่าเศร้านะที่หลังจากถามไถ่กันไปกันมา สุดท้ายคำตอบของคนส่วนใหญ่คือ "ใช่" สาเหตุไม่ใช่อะไร เพราะมันถูกนั่นเอง และนั่นเป็นต้นเหตุของอาชญากรรม "มือถือมีการซื้อขายง่ายเกินไป" ครั้งหนึ่งเคยมีกฎหมายว่าถ้าจะซื้อขายมือถือต้องถ่ายเอกสารบัตรประชาชนเก็บไว้ทุกครั้ง แต่ทุกวันนี้ถามว่ามีใครทำบ้าง? ไม่มี... หรือถ้ามีก็น้อย หละหลวมมาก...
น่าเศร้ายิ่งกว่าที่สุดท้ายหลังจากวิเคราะห์ต้นเหตุของปัญหาแล้ว มันก็ Route ไปยังต้นเหตุระดับชาติที่ก่อให้เกิดปัญหาวุ่นวายต่างๆในประเทศไทยอยู่ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแบ่งสี เรื่องการเมืองหรือเรื่องโกงกินคือ
"คนไทยจนและมีความต้องการเกินตัวไม่สิ้นสุด"
ปัญหานี้จึงไม่สามารถแก้ได้ง่ายๆ ถึงจะรณรงค์แค่ไหนสุดท้ายมันก็จะกลับมาอีกเพราะมันเป็นเรื่องของสังคมที่ไม่อาจจะเปลี่ยนได้ แต่เราไม่ย่อท้อ จากเหตุการณ์หลายๆเหตุการณ์ที่พานพบมาตลอดหลายปีที่ทำงานด้านมือถือรวมถึงเหตุการณ์ครั้งใหญ่ที่เพื่อนโดนแทงนี้ เรากับเฟอร์เลยตัดสินใจจะทำอะไรนิดหน่อยเผื่อมีอะไรดีขึ้น คอยติดตาม
ปัญหา ปัญหา ปัญหา
ตราบใดที่มีชีวิตอยู่ คำคำนี้ก็จะวนเวียนเข้าออกชีวิตเราอยู่เรื่อยไป ส่งผลให้ทุกวันนี้เลยเห็นคำว่า "จะทำยังไงดี" "กลุ้มใจ" "เครียด" ฯลฯ จากคนโน้นคนนี้ตลอดเวลา
![]()
แต่ความจริงมีอยู่ว่าปัญหามีสองอย่างคือ ปัญหาที่มีทางแก้ และ ปัญหาที่ไม่มีทางแก้
![]()
มันไม่จริงหรอกที่เค้าบอกว่าทุกปัญหามีทางออก!! ดังนั้นถ้ามีปัญหาอะไรก็ตามให้ตั้งสติแล้วมองปัญหาให้ทะลุปรุโปร่ง คำถามแรกที่ต้องตอบให้ได้คือ "ปัญหามีทางแก้มั้ย"
![]()
ถ้ามันมีทางแก้ เราก็มาวิเคราะห์ว่าปัญหาอย่างเข้าใจและหาทางออกที่ดีที่สุดและมีผลเสียน้อยที่สุด ซึ่งเมื่อเราผ่านปัญหามาสักพักหนึ่งจะรู้ว่าปัญหาจริงๆมันมี Pattern ของมัน พอแก่ตัวขึ้นเมื่อมีปัญหาเข้ามา็ก็จะแก้ได้โดยไว เหมือนได้รับโจทย์ซ้ำๆมา หลังๆก็จะตอบปัญหาได้ทันทีโดยไม่ต้องคิดนั่นเอง
![]()
แต่ถ้ามันไม่มีทางแก้... ก็อย่าไปสนใจมัน!! แค่ทำอะไรให้มันดีขึ้นและลดความเครียดอันเป็นผลของปัญหาลงไป เพราะยังไงเราก็คงหนีไม่ได้อยู่ดี การหนีความจริงไปก็มีแต่พาลจะให้เราเจ็บปวดมากขึ้นเพิ่มพูนทวี
แต่ก็มีบางทีที่ปัญหาที่มีทางแก้ แต่เรามีเวลาแก้ปัญหาแค่เล็กน้อย หรือที่เรียกว่า "ปัญหาเฉพาะหน้า" ซึ่งเป็นปัญหาที่ก้ำกึ่งระหว่างคำว่ามีทางออกกับไม่มีทางออกเลยก็ว่าได้ เพราะมีเวลามาจำกัดไว้นั่นเอง
![]()
ครั้งหนึ่งเราเคยเจอปัญหาแฟนคู่หนึ่งทะเลาะกันแล้วมีคนนึงขู่จะโดดตึกพร้อมกับไปนั่งที่ขอบตึกเรียบร้อย ตอนนั้นมีคนนั่งดูจำนวนมากแต่ก็ไม่มีใครทำอะไรเพราะไม่มีใครทำอะไรถูก และดูจากเวลาแล้วน่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นในเวลาอันสั้น เราก็เลยคิดด้วยเวลาอันสั้นนั่นเอง (หรือเรียกว่าคิดสั้นหรือคิดโง่ๆ) ว่าเหตุการณ์นี้น่าจะคลี่คลายด้วยการเข้าไป "เสือก" (พูดกันชัดๆ ไม่มีเซ็นเซอร์เบลอนมให้หงุดหงิด) ตอนนั้นคิดว่าเราไม่สามารถแก้ไขปัญหาด้วยการเข้าไปคุยหรือตกลงกันให้เข้าใจได้หรอก และเราก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลยด้วยว่าทะเลาะอะไรกัน แต่คิดว่าอยู่เฉยๆก็ไม่น่าจะมีอะไรดีขึ้น การเข้าไปเสือกนี่แหละน่าจะทำให้เกิดนาทีแห่งการงุนงงและสติของคู่นั้นจะกลับมาได้
ซึ่งผลก็เป็นไปตามที่คิด เราจับแยกทั้งคู่มาคุยคนละ 30 วิ แล้วทั้งคู่ก็เกิดช่วงเวลาที่ไม่ได้ทะเลาะกันพร้อมงุนงงว่าเมิงเกี่ยวอะไรด้วยวะ และสติก็กลับมา แล้วจากนั้นคู่กรณีก็มองหน้ากัน คุยกันสามสี่คำแล้วก็แยกย้าย แต่ผลของการกระทำคือเรากลายเป็นตัวเสือกและมองหน้าสองคนนั้นไม่ติดอีกเลย ฮ่าๆๆๆ แต่ไม่เป็นไร เพราะนั่นคือ "ผลของการกระทำที่เราตัดสินใจแล้ว"
พอปัญหานั้นผ่านไป เราย้อนกลับมาคิดว่า ถ้าเกิดสิ่งที่เราทำกลับได้ผลลัพธ์ที่ต่างกันคือคนนั้นตัดสินใจกระโดดตึกทันทีเล่า? เราจะรู้สึกยังไง
จึงได้คำตอบที่กลายเป็นคติประจำใจที่เรายึดถือมาจนถึงทุกวันนี้
"ถ้าตัดสินใจไปแล้ว ทำไปแล้ว จงเคารพในการตัดสินใจตัวเอง
และอย่าเสียใจในสิ่งที่ตัวเองกระทำเป็นอันขาด"
จำไว้ว่า
"จงเรียนรู้เพื่อเติบใหญ่ จงตัดสินใจเพื่อเติบโต"
สวัสดีครับ ^_^
เบรค Blog ที่คิดว่าจะเขียนต่อเนื่องจากเรื่อง"ทุกอย่างต้องมีเหตุผล"ไว้ก่อน มาคั่นด้วยโฆษณา เอ้ย! ผลงานชิ้นล่าสุด :p
ผลงานนี้มีชื่อว่า QweeT ใครติดตาม Live Album คงจะรู้บ้างแล้วว่ามันคืออะไร แต่ถ้าใครยังไม่รู้ก็... ไม่บอกหรอก... โอ๋ๆๆๆๆ ย้อเย่น ^^" มันคือ Twitter Client ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาด้วยเทคโนโลยี Qt และ Qt Mobility หนะ เผอิญต้องส่งให้โนเกียก่อนวันที่ 31 มกราคม ก็เลยต้องมารีบนั่งทำ (ใช้เวลาเบ็ดเสร็จ 2 อาทิตย์ เอิ๊กๆๆ)
พูดถึงตัว QweeT นี้ก็น่าจะเป็น Twitter Client for Mobile ตัวแรกที่ถูกพัฒนาด้วย Qt เลยหละมั้ง โดยส่วนตัวแล้ว Qt สำหรับเรามันใหม่มาก แต่เป็นเทคโนโลยีจำเป็นของชีวิตถ้ายังคิดจะทำโปรแกรมบน Mobile Platform ต่อไป ก็เลยทำเจ้า QweeT นี้ขึ้นมาเพื่อให้เข้าถึงความเป็น Qt
QweeT นอกจากจะมาพร้อม UI ที่สวยงามแล้วมันยังมาพร้อมฟีเจอร์ Twitter เกือบครบครันไม่ว่าจะเป็นการ Reply, Retweet หรือคุย DM กัน รวมถึงมีการทำงานร่วมกับระบบระบุพิกัดทั้งการส่งตำแหน่ง GPS ปัจจุบันที่ Tweet และการดูตำแหน่งที่คนอื่นทำการ Tweet มาได้อีกด้วย ความพิเศษอีกอย่างของ QweeT คือเราสามารถออนไลน์พร้อมกันได้ไม่จำกัด Account!! เท่าที่ลองออนไลน์ 3 อันพร้อมกันก็ไม่มีปัญหา (ยกเว้นตอนโหลดหนักๆก็มีปัญหาเมมเต็มบ้าง)
และก็ต้องรีบตัดวีดีโอสำหรับ Present ผลงานด้วย จึงออกมาเป็น...ดังนี้
หยุด!! ก่อนที่จะคอมเม้นท์ขอพูดความในใจก่อน "ก็รู้ว่าวีดีโอมันห่วย ถ่ายภาพก็ไม่ดี เสียงก็ไม่เท่ากัน แบคกราวน์มิวสิคก็ไม่มี สคริปท์ก็กาก ดังนั้นไม่ต้องด่า เรารู้ตัว -_- วีดีโอตัวนี้เพิ่งเริ่มทำเมื่อเย็น เสร็จก็บุญแล้ววววววววววววว ToT" จบ เอิ๊กๆๆๆ
จะเกิดทันกันหรือเปล่านะเพลงนี้ (55+)
ยังไม่ใส่ท่อนเพลง เพราะทำไม่ทัน
เดากันไปก่อนว่าเป็นเพลงอะไร
แต่ดูชื่อไฟล์ก็น่าจะเดาไม่ยาก
จะเกิดทันกันหรือเปล่านะเพลงนี้ (55+)
ยังไม่ใส่ท่อนเพลง เพราะทำไม่ทัน
เดากันไปก่อนว่าเป็นเพลงอะไร
แต่ดูชื่อไฟล์ก็น่าจะเดาไม่ยาก